Tag: ขนมไทยโบราณ

3 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก

สำหรับ ขนมไทย นั้นมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เช่น งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี

วันนี้เราจึงมี 3 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก มาฝากทุกคนกัน หากหาซื้อทานยาก ก็สามารถทำเองได้เลย ขั้นตอนอาจจะไม่ได้ง่าย ต้องใช้ความพิถีพิถัน แต่หากทำบ่อยๆ ก็อาจจะเกิดความเคยชิน จนอาจจะสามารถสร้างรายได้ได้เลยทีเดียว

1. ขนมจ่ามงกุฎ

ส่วนผสมตัวขนม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 10 กรัม
  • ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 6 ฟอง
  • กะทิ 230 กรัม
  • น้ำตาลทราย 160 กรัม
  • สีผสมอาหารสีเหลือง
  • ทองคำเปลว 100%

ส่วนผสมเม็ดแตงโม

  • เม็ดแตงโมแกะแล้ว 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 160 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 200 กรัม

ส่วนผสมแป้งรองขนม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง

หมายเหตุ
น้ำเชื่อมที่ใช้ติดเม็ดแตงโม เตรียมโดยผสมน้ำตาลทราย 50 กรัม กับน้ำเปล่าเล็กน้อย ยกขึ้นตั้งไฟเคี่ยวพอข้น ยกลงพักไว้ให้เย็น

วิธีการทำเม็ดแตงโม
1. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิ ยกขึ้นตั้งไฟพอเดือด ยกลงพักไว้ให้เย็น
2. เอียงกระทะทองใส่เม็ดแตงโม
3. ใช้มือแตะน้ำเชื่อมพรมที่เม็ดแตงโมกวาดไปเรื่อยๆ พอน้ำเชื่อมเริ่มติดกระทะ
4. ให้เทเม็ดแตงโมมาอีกด้านของขอบกระทะ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบน้ำเชื่อมที่ติดกระทะอยู่ ทำเช่นนั้น สลับกันไปเรื่อยๆ
5. จนน้ำเชื่อมเกาะที่เม็ดแตงโมเป็นตะปุ่มตะป่ำ หรือที่เรียกว่าทนาม

วิธีทำแป้งสำหรับรองตัวขนม
1. ผสมแป้งสาลีกับไข่แดง และไข่ไก่เคล้าให้เข้ากัน
2. นวดจนเนียน
3. คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง
4. ใช้พิมพ์กดให้มีขนาดพอดีกับถ้วย และใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว
5. กรุแป้งลงในพิมพ์นำเข้าอบพอสุกเหลือง นำออกพักไว้ให้เย็น

วิธีทำตัวขนม
1. ร่อนแป้งสาลีและแป้งเท้ายายม่อมใส่ภาชนะ ใส่น้ำตาลทราย ไข่แดง สีผสมอาหารให้เข้ากัน
2. ใส่กะทิผสมให้เข้ากัน
3. กรองด้วยกระชอน ใส่ในกระทงทอง
4. ยกขึ้นกวนด้วยไฟอ่อน
5. จนแป้งรวมตัวเป็นก้อน และเนียนใส ยกลงคลุมด้วยผ้าขาวบางจนส่วนผสมอุ่น
6. จุ่มปลายเม็ดแตงโมที่เตรียมไว้ลงในน้ำเชื่อม
7. นำไปติดบนแป้งที่อบไว้ให้รอบ ประมาณ 6-7 เม็ด ผึ่งให้น้ำเชื่อมแห้ง
8. ปั้นส่วนผสมแป้งให้เป็นก้อนกลม ใช้ไม้จิ้มฟันทำเป็นรอยประมาณ 6 รอย
9. วางบนเม็ดแตงโมที่เตรียมไว้
10. ปั้นส่วนผสมให้เป็นก้อนกลมเล็กๆ วางบนยอด ตกแต่งด้วยทองคำเปลวให้สวยงาม

2. ขนมหยกมณี

ส่วนผสม

  • สาคูเม็ดเล็ก 320 กรัม
  • น้ำตาลทราย 320 กรัม
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มๆ 100 กรัม
  • น้ำเปล่า 550 กรัม
  • มะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 1 ลูก
  • เกลือป่นละเอียด 3 กรัม
  • น้ำเปล่าสำหรับล้างสาคู

วิธีทำ
1. สาคูเลือกเอาผงออก ล้างน้ำเปล่า 1 ครั้ง ใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ เทใส่กระทงทองที่ใส่น้ำเปล่า เตรียมไว้
2. ยกขึ้นตั้งไฟ
3. กวนพอเริ่มใส
4. ใส่น้ำใบเตย
5. กวนให้เข้ากัน
6. ใส่น้ำตาลทราย
7. กวนต่อจนเหนียวมากๆ ยกลง
8. ใช้ช้อนกาแฟ ตักให้มีลักษณะเป็นก้อนกลม
9. ใส่ลงในมะพร้าวทึนทึก (ที่ผสมเกลือป่นแล้วนึ่งประมาณ 10 นาที) คลุกให้ทั่ว
10. ใส่ลงในพิมพ์ถ้วยวุ้น จัดเสิร์ฟ

3. ขนมบุหลันดั้นเมฆ

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 40 กรัม
  • น้ำเชื่อมพักไว้ให้เย็น 350 กรัม
  • น้ำเปล่า 200 กรัม
  • น้ำดอกอัญชันคั้นเข้มๆ 100 กรัม
  • ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 10 ฟองน้ำตาลทรายป่น 60 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 10 กรัม
  • กะทิ 120 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้าสำหรับผสมกะทิหยอดหน้า 10 กรัม

วิธีทำ
1. เตรียมกะทิสำหรับหยอดหน้า โดยผสมกะทิกับแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟกวนพอข้น ยกลงพักไว้
2. ผสมไข่แดง น้ำตาลทรายป่น กลิ่นวานิลลา
3. คนให้เข้ากัน เตรียมไว้
4. นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งเท้ายายม่อมใส่ภาชนะ เติมน้ำเปล่าแค่พอนวดได้
5. นวดประมาณ 5 นาที
6. เติมน้ำเปล่าที่เหลือคนให้เข้ากัน เติมน้ำเชื่อมและน้ำดอกอัญชัน คนให้เข้ากัน
7. กรองด้วยกระชอน
8. นำน้ำเปล่าใส่ลงในลังถึง ปริมาณ 3/4 ของลังถึง ตั้งไฟให้เดือด นำถ้วยตะไลนึ่งให้ร้อน ใส่ส่วนผสมแป้งให้เต็ม ปิดฝาลังถึงนึ่งประมาณ 5 นาที ยกขนมออกจากเตา เทแป้งส่วนที่ดิบอยู่ออก
9. ตักกะทิที่กวนไว้ ใส่ในกรวยกระดาษบีบลงบนขนม ยกขึ้นนึ่งต่ออีก 1 นาที
10. ตักส่วนผสมไข่แดงหยดลงตรงกลาง
11. นึ่งต่อให้สุกยกลง แคะขนมออกจากถ้วย

สำหรับ 3 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก ที่เรานำมานั้น หากเป็นขนมที่ไม่คุ้นเคยก็ลองไปหาทานกันได้เลย แต่หากเป็นขนมที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ก็คงจะรู้ดีว่าเป็นขนมไทยที่รสชาติดีมากเลยทีเดียว

Navigation